ผู้ปกครองร้อง โรงเรียนเก็บเงินโครงการพัฒนาทักษะการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ให้เด็กไปต่างประเทศแต่ไม่ได้ไป ผ่านมา 3 ปี เรื่องยังเงียบ
.
20 ก.พ. 66 ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งกว่า 10 คน ร้องเรียนกรณีบุตรหลานไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศในโครงการส่งเสริมทักษะและพัฒนาทักษะการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ซึ่งเรื่องดังกล่าวผ่านมากว่า 3 ปีแต่เรื่องยังเงียบ
.
ตัวแทนผู้ปกครอง กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงปีการศึกษา 2562 เด็ก ๆ เรียนอยู่ชั้น ป.6 ซึ่งในหลักสูตรกำหนดให้เดินทางไปเรียนรู้ประสบการณ์ตรงที่เกาหลีใต้ ต่อมาเกิดการแพร่ระบาดของโควิด 19 ทุกคนก็เข้าใจ เพราะมีการปิดประเทศ ทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ กระทั่งเด็ก ๆ เรียนจบ ป.6 และเข้าเรียนต่อในระดับมัธยม ซึ่งผู้ปกครองก็ได้ติดตามทวงถามมาโดยตลอด
.
ผู้ปกครองเคยทำหนังสือถึงอธิการบดี เพื่อขอเลื่อนการเดินทางหรือขอเงินคืน นักเรียนกลุ่มนี้ได้ชำระค่าใช้จ่ายในโครงการพิเศษไปแล้วตั้งแต่ชั้น ป.1-ป.6 เป็นเงินจำนวน 81,600 บาท ต่อนักเรียน 1 คน รวมเป็นเงินพิเศษที่เก็บเกินจากค่าเทอม 2,023,400 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ถูกจัดสรรสำหรับโครงการพิเศษต่าง ๆ
.
ต่อมา ทางโรงเรียนออกหนังสือชี้แจง สรุปใจความว่า เงินที่ผู้ปกครองจ่ายไปเป็นเงินที่ทางโรงเรียนนำมาใช้บริหารจัดการสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ในกรณีการดำเนินการโครงการเพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนดูงานที่ต่างประเทศนั้น เป็นโครงการพิเศษที่ทางโรงเรียนจัดให้ โดยใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาโรงเรียน
.
ดังนั้น เมื่อไม่มีการดำเนินการหรือการจัดโครงการฯ จึงไม่มีการเบิกจ่ายเงินจากกองทุนฯ และเงินดังกล่าวก็ไม่สามารถที่จะนำมาจัดสรรหรือจ่ายเงินคืนสำหรับเป็นค่าการศึกษาดูงานในต่างประเทศได้
.
ผู้ปกครองก็ยังไม่ละความพยายาม ติดต่อไปยังผู้บริหารสูงสุด โดยทางผู้บริหารได้ให้ผู้ปกครองทำหนังสือมาอีกครั้ง ล่าสุดจากการพูดคุยกับอธิการบดี ได้รับแจ้งว่าจะได้ไปต่างประเทศพร้อม ๆ กับรุ่นน้อง ป.6 ในเดือน มี.ค.นี้ แต่ตอนนี้ ก.พ.แล้ว ก็ยังไม่มีการตอบรับ หรือแจ้งเรื่องความคืบหน้าใด ๆ
.
ตนจึงอยากจะถามว่า จะให้เด็กรอไปถึงเมื่อไร เพราะตอนนี้เด็กกำลังจะจบ ม.3 แล้ว และหากไม่ได้ไปก็ขอเงินคืน หรือจะเยียวยาโดยการจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนอื่น ๆ ให้แทนก็ได้ ไม่ใช่หลอกให้เด็กมีความหวังลม ๆ แล้ง ๆ
